
พลังแห่งความดีไม่มีวันสิ้นสุด! ชมรมเพื่อนบัณฑิต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินหน้าสานต่อพันธกิจหัวใจสีขาว จัดมหกรรมกีฬาสีเชื่อมสัมพันธ์ประจำปี พร้อมมอบทุนการศึกษาและถุงยังชีพแก่เด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาส ชูจุดเด่น "เงินสัจจะ" หักสมทบทุน 70% ทำด้วยใจบริสุทธิ์ไร้ผลประโยชน์แอบแฝง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นที่สะท้อนพลังสามัคคี โดยมีบุคคลสำคัญระดับชาติและท้องถิ่นตบเท้าร่วมหนุนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างคับคั่ง เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สนามหญ้าองค์การบริหารส่วนตำบลเมาะมาวี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี

กิจกรรมอันทรงคุณค่านี้จัดขึ้นโดย "ชมรมเพื่อนบัณฑิต 3 จังหวัดใต้" ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนพ้องน้องพี่ผู้ผ่านการศึกษาจากสถาบันราชภัฏยะลา ที่กลายมาเป็นกำลังสำคัญทางสังคมในฐานะ "จิตอาสา" คอยให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ยากไร้ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือความโปรดปรานจากพระองค์อัลลอฮ์ และรางวัลอันทรงเกียรติแห่งสวนสวรรค์
> สานสัมพันธ์ผ่านเกมกีฬา 4 สี แดง เขียว น้ำเงิน เหลือง

ไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้คือ การแข่งขันฟุตบอล 7 คน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิก โดยแบ่งกำลังพลนักกีฬารวมกว่า 80 ชีวิต ออกเป็น 4 สี ได้แก่ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน และสีเหลือง ฟาดแข้งกันในระบบพบกันหมด ท่ามกลางเสียงเชียร์สนุกสนานเร้าใจ โดยผลการแข่งขันปรากฏว่า "ทีมสีแดง" คว้าแชมป์ในปีนี้ไปครอง ความสำเร็จของกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากผู้ใหญ่ใจดี โดยเฉพาะ คุณซันตารา นูซันตารา นายกเทศมนตรีเมืองตากใบ และประธานสโมสรฟุตบอลยะลา ซิตี้ ที่ได้สนับสนุนเสื้อกีฬาคุณภาพสูงจำนวน 100 ตัว มอบให้แก่สมาชิกสเวิรก์ในกิจกรรม
> พลังใจจากผู้นำ เคียงข้างจิตอาสา

แม้งานนี้จะเป็นกิจกรรมภายในของกลุ่มเพื่อนบัณฑิต แต่ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทด้วยกายและใจเพื่อส่วนรวม ทำให้กิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้เตะตากลุ่มผู้นำทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ มาร่วมให้เกียรติและสนับสนุนอย่างอบอุ่น นำโดยคุณเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี นำทีมฟุตบอลกิตติมาศักดิ์ "VIP" ลงสนามร่วมสร้างสีสัน พร้อมร่วมแจกถุงยังชีพและทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้า คุณบูรฮันธ์ สาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 4 จังหวัดปัตตานี จากพรรคภูมิใจไทย ให้เกียรติมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศทั้ง 4 ชิ้น เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้สมาชิกชมรมฯ มีแรงผลักดันในการเดินหน้าช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสต่อไป

ในโอกาสเดียวกันนี้ ภายในงานยังมีการจัดประชุมชี้แจงงบประมาณ และร่วมกันวางแผนปฏิทินการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์สำหรับปีต่อไป โดยมีการมอบถุงยังชีพและทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้าในพื้นที่จำนวน 12 คน เพื่อสร้างรอยยิ้มและแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัว
> พลัง "เงินสัจจะ" จิตอาสาไร้ผลประโยชน์ เพื่อพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์

ด้านซันตารา นูรซันตารา ประธานสโมสรฟุตบอลยะลา ซิตี้ ในฐานะสมาชิกชมรมเพื่อนบัณฑิต 3 จังหวัดใต้ ได้สะท้อนมุมมองที่กินใจถึงเบื้องหลังความยั่งยืนของชมรมฯ ว่า “ผมก็เป็นคนหนึ่งในสมาชิกชมรมเพื่อนบัณฑิต 3 จังหวัดใต้ ชมรมฯ ของเราขับเคลื่อนด้วย ‘เงินสัจจะ’ ที่สมาชิกตกลงจ่ายร่วมกันคนละ 50 บาทต่อเดือน เงินส่วนนี้จะถูกแบ่งอย่างชัดเจน เป็นกองทุนสำหรับเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสถึง 70% และใช้สำหรับการบริหารจัดการทั่วไปเพียง 30% ถึงแม้การจัดเก็บแต่ละเดือนและแต่ละปีอาจจะไม่ทั่วถึง เพราะมันเกิดจากสัจจะใจล้วนๆ ไม่มีกฎหมายบังคับ แต่ด้วยสมาชิกราว 100 คนที่มีใจรักในการให้ สิ่งใดที่เราพอจะช่วยเหลือได้ เราจึงอยากทำทันทีด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงใดๆ ทั้งสิ้น ทำเพื่อพระเจ้า และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ของเราอย่างแท้จริง”
การจัดงานกีฬาสีเชื่อมสัมพันธ์และมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เพียงการแข่งขันกีฬาเพื่อความสนุกสนาน หรือการพบปะสังสรรค์ของกลุ่มเพื่อนบัณฑิตเท่านั้น หากแต่เป็นภาพสะท้อนอันงดงามของ "สะพานบุญ" ที่เชื่อมโยงพลังศรัทธา พลังสามัคคี และน้ำใจจากทุกภาคส่วน เข้ามาโอบกอดเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ก้าวเดินต่อไปด้วยความหวังและรอยยิ้มอย่างแท้จริง
> คุณค่าแห่งการให้จากชมรมผู้ไร้ผลประโยชน์

การขับเคลื่อนของ ชมรมเพื่อนบัณฑิต 3 จังหวัดใต้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พลังแห่งการเกื้อกูลที่ขับเคลื่อนด้วยความจริงใจและ "ไร้ผลประโยชน์" สามารถสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่ให้กับสังคมได้

การบูรณาการระหว่างกีฬา ศาสนา และการแบ่งปันในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มอบทุนการศึกษาและถุงยังชีพเพื่อบรรเทาทุกข์แก่เด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งการให้ที่ยั่งยืน โดยปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน การเมืองแอบแฝง หรือสิ่งตอบแทนทางวัตถุ นอกเหนือจากการมุ่งหวังความโปรดปรานจากพระองค์อัลลอฮ์

โมเดล "เงินสัจจะ 50 บาท" และความร่วมมือด้วยหัวใจจิตอาสาของชมรมฯ จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนว่า เมื่อชุมชนเข้มแข็งและผู้ให้มีความบริสุทธิ์ใจ สังคมชายแดนใต้ก็จะเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความหวัง และรอยยิ้มที่ยั่งยืนตลอดไป