
วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นำทีมหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดยะลา, ปลัดอำเภอเมืองยะลา, เทศบาลเมืองสะเตงนอก, กำนัน และผู้ใหญ่บ้านดารุสลาม ลงพื้นที่มัสยิดดารุสลาม เพื่อรับฟังปัญหาและร่วมวางแนวทางแก้ไขวิกฤตน้ำท่วมขังร่วมกับชุมชน โดยมี นายมูญาฮีดีน ลูโละยาเซ็ง โต๊ะอิหม่ามมัสยิดดารุสลาม พร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
> เปิดมิติใหม่การแก้ปัญหา: รับฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่จริง

พื้นที่บ้านเปาะยานิ (ดารุสลาม) หมู่ที่ 3 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา ถือเป็นจุดรับน้ำสำคัญที่รองรับมวลน้ำหลากมาจากตำบลบุดี ก่อนจะไหลลงสู่บึงแบเมาะและระบายออกสู่แม่น้ำปัตตานี ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขังซ้ำซากเป็นประจำทุกปี โดยระดับน้ำมีความสูงตั้งแต่ระดับเข่าจนถึงระดับอกตามความสูงต่ำของสภาพภูมิประเทศ และท่วมขังยาวนานเฉลี่ยถึง ๕ วัน สร้างความเดือดร้อนแก่การดำรงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อย่างมาก
ในการนี้ นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการทำงานร่วมกันว่า
"การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้ตรงจุดและยั่งยืน ไม่สามารถทำได้ด้วยคำสั่งจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเกิดจากการ ‘ร่วมคิด ร่วมทำ’ และรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ผจญเหตุจริง การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นการร่วมกันเซ็ตระบบทำงานให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวดารุสลามให้ได้มากที่สุด"
> ตกผลึก๒ข้อเสนอหลัก : ระบบเตือนภัยแม่นยำ & ศูนย์พักพิงทรงประสิทธิภาพ

จากการหารือร่วมกับชุมชน ที่ประชุมได้บรรลุข้อเสนอแนะและกรอบแนวทางการดำเนินงานสำคัญ 2 ประการ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติทันที ได้แก่ 1.ระบบแจ้งเตือนภัยและแผนอพยพล่วงหน้า1-2 วัน : ชุมชนเสนอให้หน่วยงานรับผิดชอบระดับจังหวัด จัดทำระบบเตือนภัยที่มีความแม่นยำ เร่งด่วน และเข้าถึงชาวบ้านทุกครัวเรือน พร้อมตั้งทีมสนับสนุนการอพยพกลุ่มเปราะบาง ของใช้จำเป็น และสัตว์เลี้ยงล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ถึง 2 วันก่อนที่มวลน้ำจะทะลักเข้าท่วมพื้นที่ 2.ยกระดับศูนย์พักพิงชั่วคราว หมู่3 เป็น "ศูนย์บัญชาการหลัก (Central Command)" : วางระบบการประสานงานให้ศูนย์พักพิงชั่วคราว หมู่ที่ 3 เป็นศูนย์กลางในการกระจายข้อมูลข่าวสารและส่งต่อความช่วยเหลือไปยังศูนย์พักพิงย่อยต่างๆ ในตำบลสะเตงนอกในช่วงเกิดวิกฤต เพื่อให้การบริหารจัดการเสบียง อาหาร น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภคเป็นไปอย่างทั่วถึง ไม่ซ้ำซ้อน โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐและตัวแทนชุมชนร่วมบริหารจัดการแบบบูรณาการ

ทางด้าน นายอับดุลฮากีม เตมะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 (ดารุสลาม) ได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ว่า
"ชาวบ้านเปาะยานิต้องรับภาระเป็นพื้นที่รองรับน้ำมาโดยตลอด การที่ท่านรองผู้ว่าฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมานั่งฟังปัญหาด้วยตัวเอง พร้อมรับฟังข้อเสนอเรื่องการเตือนภัยและบริหารจัดการศูนย์พักพิง ทำให้พวกเรามีความหวังมากขึ้นว่า วิกฤตน้ำท่วมปีนี้จะได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบและปลอดภัยยิ่งขึ้น"

การลงพื้นที่ของรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาในครั้งนี้ สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์รับมือภัยพิบัติของจังหวัดยะลา จากการ "ตั้งรับและแจกของถุงยังชีพ" ไปสู่การ "วางระบบป้องกันและบริหารจัดการเชิงรุก" โดยใช้ความต้องการของชุมชนเป็นตัวตั้ง ซึ่งข้อสรุปจากการประชุมจะถูกนำไปจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการฉุกเฉินระดับพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากที่กำลังจะมาถึงอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป