
วันนี้ 6 ต.ค 2569 ณ สวนพรุบาโกย เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลาเปิดฉากการฝึกซ้อมปฏิบัติการ "การซ้อมแผนการรับมือภัยพิบัติเสมือนจริง" เพื่อเตรียมความพร้อมและอุปกรณ์ให้พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและอุทกภัยในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการเจียระไนศักยภาพของ "เปอมูดอ" (เยาวชนและวัยรุ่นในพื้นที่) ให้เปลี่ยนจากผู้มีเพียงพละกำลัง มาเป็นกำลังหลักอาสาที่มีทักษะกู้ภัยอย่างถูกต้อง เสริมทัพการทำงานของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในการนี้ นายมูฮัมมัดศานติภิมุขรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดเวทีการซ้อมรับมืออุทกภัยชุมชน พร้อมกล่าวเน้นย้ำกับผู้เข้าร่วมการอบรมว่า "การทดสอบในครั้งนี้ต้องทำให้เสมือนจริงทุกอย่าง เกิดอะไรขึ้นในทุกกระบวนการจะถูกนำมาสรุปผลเพื่อการแก้ไข เพื่อให้เกิดความพร้อมรับสถานการณ์จริงที่อาจมาในรูปแบบที่ไม่คาดคิด หากมีการเตรียมพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดผลกระทบและความสูญเสียที่จะเกิดกับผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด"

รองผู้ว่าฯ ยะลา ยังได้ตอกย้ำกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของ "เปอมูดอ" หรือกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่มีพละกำลังและความทุ่มเทเต็มร้อย แต่ยังขาดทักษะและความรู้ทางเทคนิค จึงเป็นหน้าที่หลักของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะต้องเข้ามาบูรณาการร่วมกันเพื่อดึงพลังเปอมูดอนี้มาเสริมการทำงานของภาครัฐ โดยเน้นย้ำถึงเป้าหมายการฝึกซ้อมว่า
"เป้าหมายที่ฝึกเปอมูดอ ไม่ใช่เพื่อให้เป็นฮีโร่ของใคร แต่เป็นพลังอาสาในพื้นที่ เพราะสถานการณ์ภัยพิบัติเกิดขึ้นหนักทุกปีและทุกประเทศต้องพบเจอเหตุดังกล่าวไม่ช้าก็เร็ว"
นอกจากนี้ ยังฝากโจทย์สำคัญให้ช่วยกันวางแผนการป้องกันอพยพตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางขณะที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้น
> จัดเต็ม 4 ฐานเรียนรู้สาธิตเสมือนจริงโดยสมาคมกู้ภัยทางน้ำชายแดนใต้

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนทีมวิทยากรจาก สมาคมกู้ภัยทางน้ำชายแดนใต้ จัดสถานที่จำลองสถานการณ์เสมือนจริง แบ่งออกเป็น 4 ฐานเรียนรู้ปฏิบัติการ ได้แก่ 1.ฐานฝึกทักษะการใช้เชือกและการผูกเงื่อนกู้ภัย: เรียนรู้วิธีการผูกเงื่อนเชือกประเภทต่างๆ อย่างถูกวิธี เพื่อนำไปใช้ในการยึดโยง ดึง ลาก และเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ. 2.ฐานการช่วยเหลือคนเดินผ่านสายน้ำเชี่ยว: ฝึกทักษะการประเมินความเร็วของกระแสน้ำ คำนวณระดับความลึก และเทคนิคการเคลื่อนที่ข้ามสายน้ำเชี่ยวอย่างปลอดภัย 3.ฐานการลำเลียงผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบาง: ซักซ้อมขั้นตอนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เด็ก และผู้สูงอายุ จากเรือท้องแบนขึ้นสู่รถฉุกเฉิน (EMS) อย่างถูกสุขลักษณะและรวดเร็ว 4.ฐานทักษะการใช้วิทยุสื่อสารและระบบบัญชาการ: ฝึกการสื่อสารในภาวะวิกฤต โดยมีการจำลองโครงสร้างศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Commander), ผู้รับแจ้งเหตุ, ผู้จดบันทึกเหตุการณ์ และทีมบินโดรน (Drone) เพื่อสำรวจภาพรวมพื้นที่ประสบภัยแบบเรียลไทม์ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้จะต้องนำไปปฏิบัติจริงในสภาวะฉุกเฉิน
> เสียงสะท้อนจากภาคสนาม "พร้อมสู้มวลน้ำทำหน้าที่เพื่อพี่น้อง"

หนึ่งในผู้เข้าร่วมการฝึกซ้อม ซึ่งเป็นผู้ขับเรือท้องแบนในพื้นที่ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณทีมกู้ภัยทางน้ำชายแดนใต้ที่นำความรู้มาถ่ายทอด พร้อมเปิดเผยว่า "หากไม่มีการฝึกฝนหรือไม่ชำนาญ การขับเรือเข้าช่วยเหลือคนท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงทั้งตัวผู้ช่วยและผู้ประสบภัย การได้ซ้อมเสมือนจริงทำให้ได้รับประสบการณ์มากขึ้น การจะบอกว่า 'เอาอยู่หรือไม่' ต้องวัดกันที่มวลน้ำในสถานการณ์จริงว่าจะเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ แต่ไม่เกินความสามารถ และขอทำภารกิจตรงนี้อย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด"
> ภาคีเครือข่ายตบเท้าร่วมสังเกตการณ์ชื่นชมความพร้อม-แนะจุดเสริม

การฝึกซ้อมแผนอุทกภัยเสมือนจริงในครั้งนี้ มีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมรับฟังและสังเกตการณ์อย่างคับคั่ง นำโดย ดร.นายแพทย์วรสิทธิ์ศรศรีวิชัย จากสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ. หาดใหญ่) ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานและสนับสนุนการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพจังหวัด (คจ.สจ.) ยะลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่ นายรอซีดีเลิศอริยะพงษ์กุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าสาป, เทศบาลตำบลยุโป, เทศบาลตำบลโกตาบารู, องค์การบริหารส่วนตำบลพร่อน, องค์การบริหารส่วนตำบลบันนังสิเร็ง ตลอดจนคณะทำงานภัยพิบัติชุมชนจากตำบลมะรือโบออก