
เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา มิติใหม่แห่งการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ถูกขับเคลื่อนขึ้นอีกครั้ง เมื่อภาครัฐบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญ นำโดย พ.อ.เอกธวุฒิคงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (ผอ.รร.การเมือง ศสว.) พร้อมด้วย พ.อ.หญิงปภากรเบ็ญจขันธ์ คณะทำงาน ผอ.ศปป.5 กอ.รมน., ผศ.ดร.วิรุณโมนะตระกูล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และ ร.ต.ท.โยธินพันธุ์งาม รอง ผบ.ร้อย ฉก.ตชด.443/หน.ชป.กร. ลงพื้นที่ลุยสถาปนารอยยิ้มและติดตามการขับเคลื่อน "โครงการนวัตกรรม" ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่าง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อนำนวัตกรรมสมัยใหม่มาเป็นเครื่องมือส่งเสริมอาชีพ ยกระดับรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา อย่างเป็นรูปธรรม

จุดแรกในช่วงเช้า เวลา 10.00 น. คณะทำงานได้ลงพื้นที่ไปยัง บ้านบาตูมัส ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา เพื่อพบปะและให้กำลังใจวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลาส้มบ้านบาตูมัส โดยมี นางไชนับดอหิง ประธานกลุ่มฯ พร้อมด้วยสมาชิกให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนที่ในช่วงบ่าย เวลา 13.00 น. จะเดินทางต่อไปยัง บ้านแหร ต.บ้านแหร อ.ธารโต เพื่อเยี่ยมเยียนและวางแผนพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาแฟตำมือโบราณบ้านแหร โดยมีเป้าหมายเพื่อคิดค้นและจัดทำนวัตกรรมทุ่นแรงที่จะเข้ามาช่วยต่อยอดกระบวนการผลิตกาแฟตำมือให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานยิ่งขึ้น โดยมี นางกัลยา ยุมอ และสมาชิกกลุ่ม “คำตอบอยู่ที่ตำบล” พร้อมด้วย นายมูฮัมหมัดฟัดรี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ ชป.กร. ร้อยฉก.ตชด.442 ร่วมให้การต้อนรับอย่างเนืองแน่น

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้แทนจากศูนย์สันติวิธี ได้กล่าวเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการนำนวัตกรรมมาใช้ในพื้นที่ว่า "การนำองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาขับเคลื่อนในชุมชน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเท่านั้น แต่คือการยืนยันถึงความมุ่งมั่นและหน้าความรับผิดชอบของภาครัฐ ที่ทุ่มเทอย่างเต็มกำลังเพื่อสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้กับพี่น้องประชาชน เราใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยเป็นเครื่องมือในการสร้างอาชีพ แต่เราใช้หัวใจในการลงมือทำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และปูทางไปสู่ความสันติสุขที่ยั่งยืนในพื้นที่"
จากการลงพื้นที่ทั้ง 2 จุด เสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอธารโตต่างสอดประสานไปในทิศทางเดียวกันว่า ทุกพื้นที่ล้วนมีความต้องการ

"นวัตกรรมใหม่" เข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิต เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้กลายเป็นแหล่งรายได้และอาชีพหลักที่มั่นคงหล่อเลี้ยงครอบครัว
แต่สิ่งที่ชาวบ้านสัมผัสได้และมองว่ามีค่ามากยิ่งกว่าเครื่องมือที่ทันสมัย คือ "ความจริงใจการเข้าถึงและความเข้าใจ" ของเจ้าหน้าที่รัฐ การที่ภาครัฐยอมรับฟัง ลงมาคลุกคลี และพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า พัฒนาหมู่บ้านไปพร้อมๆ กับชุมชนอย่างไม่มีอคติ นี่ต่างหากคือความสำเร็จที่แท้จริง เป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะปลดล็อกความหวาดระแวง และนำพาดินแดนปลายด้ามขวานแห่งนี้ ก้าวข้ามผ่านความขัดแย้ง สู่ความสันติสุขที่งดงามและยาวนานตลอดไป

ข่าวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจฐานราก แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของ "ความหวัง" ที่เบ่งบานขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง