กอ.รมน. รุกสร้างสันติสุขชายแดนใต้! ส่งมอบ “นวัตกรรมตู้อบแห้งสมุนไพรอัจฉริยะ” ยกระดับวิสาหกิจชุมชนบ้านปลักหนู สู้ภัยฝน-สร้างรายได้ยั่งยืน

 

       วันที่ 23 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา ลงพื้นที่ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชายแดนใต้ จัดกิจกรรมส่งมอบ “นวัตกรรมจากผลงานวิจัย” ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกสมุนไพรบ้านปลักหนู ตำบลปลักหนู อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางสภาพอากาศและผลักดันเศรษฐกิจฐานราก นำร่องสู่การสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่

 

       งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลโท ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. / ผอ.ศปนย.จชต. เดินทางมาเป็นประธานในการส่งมอบนวัตกรรม โดยมี พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (ศสว.) ซึ่งเดินทางมาเป็นผู้แทน พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้นำชุมชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเนืองแน่น

 

       รายนามคณะทำงานและผู้ร่วมให้การต้อนรับประกอบด้วย พันเอก ศรัญญู สังรี รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา, พ.อ.หญิง ปภากร เบ็ญจขันธ์ คณะทำงานผู้อำนวยการ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5, นายประถม มุสิกรักษ์ เกษตรจังหวัดสงขลา, ดร.มงคล เทพรัตน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, ผศ.ดร.วิรุณ โมนะตระกูล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, น.ส.สุรีญา หมัดเอียด ปลัดอำเภอนาทวี, นายธนวัฒิ บุญศรีแก้ว ผู้ใหญ่บ้านปลักหนู, นางสหัสสา แสนราชคำ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรบ้านปลักหนู ตลอดจนกลุ่มพี่น้องประชาชน “คำตอบอยู่ที่ตำบล” ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน

 

       สำหรับนวัตกรรมที่นำมาส่งมอบในครั้งนี้ คือ “เทคโนโลยีโรงอบแห้งและแปรรูปสมุนไพรอัจฉริยะ” ซึ่งได้รับการวิจัยและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์พื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะ เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ชื้นอบอ้าวและมีฝนตกชุก ทำให้กระบวนการตากและแปรรูปสมุนไพรล่าช้าและเกิดความเสียหายนวัตกรรมนี้จะเข้ามาช่วยลดระยะเวลาการผลิต ลดการใช้แรงงานคน และเพิ่มปริมาณผลผลิตที่ได้มาตรฐาน ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

       พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศสว. ได้กล่าวถึงทิศทางและความสำคัญของนวัตกรรมนี้ว่า

 

       "นวัตกรรมชิ้นนี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือทางการเกษตร แต่คือ 'อาวุธทางเศรษฐกิจ' ที่จะเข้าไปเปลี่ยนชีวิตพี่น้องชุมชนบ้านปลักหนูอย่างแท้จริง การนำงานวิจัยมาแก้ปัญหาฝนตกชุกและอากาศชื้น ช่วยให้ชุมชนรักษาคุณภาพและเพิ่มมูลค่าสมุนไพรได้ตลอดทั้งปี ทางศูนย์สันติวิธีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมที่จะต่อยอดความสำเร็จนี้ขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ เพราะเราเชื่อมั่นว่า เมื่อพี่น้องประชาชนมีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้เสริมที่เพียงพอสำหรับดูแลครอบครัว ความเหลื่อมล้ำจะหมดไป และนั่นคือรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดของการสร้าง 'สันติสุข' การอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยและเข้าใจกันในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน"

      ด้าน นางสหัสสา แสนราชคำ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เป็นตัวแทนชาวบ้านกล่าวความรู้สึกด้วยความปลาบปลื้มใจว่า

 

       "ที่ผ่านมาช่วงหน้าฝน พวกเราชาวบ้านลำบากมาก สมุนไพรที่ปลูกไว้ตากไม่แห้ง เสียหายและขาดรายได้แต่วันนี้เหมือนได้ชีวิตใหม่ เทคโนโลยีที่ได้รับมาช่วยลดเวลาและผ่อนแรงพวกเราไปได้มาก ทำให้ผลิตสินค้าได้ต่อเนื่องและมีคุณภาพ วันนี้ต้องขอขอบคุณ กอ.รมน. และทุกหน่วยงานของรัฐจากใจจริง ที่ไม่ทอดทิ้งกัน ท่านลงมาเห็นปัญหาและช่วยแก้ปัญหาด้วยความจริงใจ นวัตกรรมนี้ทำให้พวกเรามีความหวัง มีความมั่นคงในอาชีพเพื่อที่จะได้ทำมาหากิน เลี้ยงดูครอบครัวให้อยู่ดีกินดีต่อไป"

 

       บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความภาคภูมิใจของคนในชุมชน กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงภาพความสำเร็จของการบูรณาการร่วมกันระหว่าง ฝ่ายความมั่นคง ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงในพื้นที่ พิสูจน์ให้เห็นว่าความจริงใจในการแก้ปัญหาปากท้อง คือกุญแจดอกสำคัญที่จะเปิดประตูสู่สันติภาพ และตอกย้ำแนวคิดที่ว่า "การพัฒนาที่ยั่งยืน คำตอบอยู่ที่ตำบลอย่างแท้จริง"


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar