
วันที่ 22 กันยายน 2569 จังหวัดยะลาเร่งเครื่องเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาเยือน ล่าสุด นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดการประชุมบูรณาการแผนรับมืออุทกภัยระดับพื้นที่ ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีนายเสรี เรืองกาญจน์ นายกเทศมนตรีเมืองสะเตงนอก พร้อมด้วยตัวแทนจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยะลา, โครงการชลประทานยะลา, โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมวางมาตรการอย่างพร้อมเพรียง
> กางแผนศูนย์พักพิง-ระดมทรัพยากรรับมือ

นายเสรี เรืองกาญจน์ นายกเทศมนตรีเมืองสะเตงนอก เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกในปีนี้ว่า ทางเทศบาลได้จัดเตรียม "ศูนย์พักพิงชั่วคราว" ไว้รองรับผู้ประสบภัยอย่างเป็นระบบ โดยใช้ สนามฟุตบอลกลางสะเตงนอกเป็นศูนย์พักพิงหลักที่สามารถรองรับประชาชนได้กว่า 200 คน (เป้าหมายหลักคือชาวบ้านจากหมู่ 6, 9 และ10) นอกจากนี้ ยังมีการกระจายศูนย์พักพิงย่อยไปยังจุดต่างๆ ในพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุซ้ำซาก ได้แก่ ศูนย์พักพิงบ้านลางา (หมู่ 1) รองรับได้ 100 คน โรงเรียนฟอรีและหมู่บ้านสถิตภิรมย์ (หมู่ 1) มัสยิดลาโจะ (หมู่ 12)

"ปีนี้เราบูรณาการความร่วมมือกับเทศบาลนครยะลา นำระบบแจ้งเตือนภัยผ่านช่องทางสื่อสาร (Cell Broadcast) มาใช้เตือนภัยประชาชนตั้งแต่ระดับเฝ้าระวังไปจนถึงระดับอพยพด่วน พร้อมเปิดแอปพลิเคชันLINE ให้ประชาชนร้องทุกข์และขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังเตรียมเรือท้องแบนขนาดใหญ่กว่า 10 ลำ และหน่วยพยาบาลฉุกเฉินสแตนด์บายตลอดสถานการณ์" นายกเทศมนตรีเมืองสะเตงนอกกล่าว
>รับมือจุดเสี่ยง-เร่งอุดช่องโหว่

อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลยังมีความกังวลใน 2 ประเด็นหลัก คือ พื้นที่หมู่ 3 และหมู่ 9 ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็น "แอ่งกระทะ" เมื่อเกิดน้ำท่วมระดับน้ำจะลึกกว่าปกติ จึงต้องจัดทีมเฝ้าระวังเพื่อเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ส่วนอีกหนึ่งความท้าทายคือ "โรงครัว" ของศูนย์พักพิงที่มีขนาดเล็ก อาจผลิตอาหารไม่ทันต่อความต้องการหากมีผู้อพยพจำนวนมาก ซึ่งกำลังเร่งหาแนวทางขยายกำลังการผลิตอาหารให้ครอบคลุมทุกจุดพักพิง
สำหรับการบริหารจัดการน้ำ ได้มีการวางแผนรับมวลน้ำจากตำบลบุดี โดยจะเบี่ยงทางน้ำให้ไหลผ่านไปทางสนามกีฬากลางสะเตงนอก เพื่อไม่ให้ทะลักเข้าท่วมพื้นที่เขตชุมชนของเทศบาลเมืองสะเตงนอก
>รองผู้ว่าฯสั่งลุย "สร้างความเข้าใจ-ต้องอพยพก่อนน้ำมา"

ด้านนายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการลดความสูญเสียว่า “บทเรียนที่ผ่านมาคือ ทางการแจ้งเตือนแล้ว แต่พี่น้องประชาชนมักจะรอดูสถานการณ์และไม่อพยพ จนกระทั่งน้ำท่วมสูงแล้วจึงค่อยขอย้าย ซึ่งทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากและเสี่ยงอันตราย ดังนั้น ปีนี้โจทย์ใหญ่ของเทศบาลคือ ต้องลงพื้นที่จัดเวทีประชาคม พูดคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้ชัดเจนว่า เราต้องอพยพ 'ก่อน' ที่น้ำจะมา ไม่ใช่อพยพ 'หลัง' น้ำท่วม” พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศที่อาจแปรปรวนอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ ระหว่างวันที่23 กันยายนถึง 3 ตุลาคม 256

ภายหลังการประชุม รอง ผวจ.ยะลา ได้นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของระบบระบายน้ำ จุดลอดท่อ และสภาพความพร้อมของศูนย์พักพิงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงทุกภาคส่วนจะสามารถรับมือและดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที

เทศบาลเมืองสะเตงนอก จังหวัดยะลา โชว์ความพร้อมรับมืออุทกภัยปี 2569 ด้วยการจัดตั้งศูนย์พักพิงหลักที่สนามฟุตบอลกลาง และศูนย์ย่อยครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง ชูเทคโนโลยีแจ้งเตือนภัยและรับเรื่องร้องทุกข์ผ่าน LINE ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่รองผู้ว่าฯ ยะลา ลงพื้นที่กำชับแนวทางเด็ดขาด เน้นย้ำผู้นำชุมชนต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้ "อพยพหนีน้ำก่อนน้ำมาถึง" เพื่อลดความสูญเสียให้เป็นศูนย์ พร้อมเตือนเฝ้าระวังพายุฝนช่วงวันที่ 23 ก.ย. - 3 ต.ค. นี้ การลงพื้นที่ตรวจสอบระบบระบายน้ำในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐที่ไม่รอให้ภัยมาเยือน แต่พร้อมตั้งรับอย่างมืออาชีพ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องชาวสะเตงนอกทุกคน.