จ.ยะลา ตั้งรับน้ำท่วมปี 69 ร่วมถกแผนอพยพ “ตำบลลำใหม่” ชี้จุดเสี่ยงรับน้ำต่อจากลำพะยา หากหนุนระบายช้า ขีดเส้นตายทุกหน่วยส่งแผนก่อนตุลาคมนี้


​       วันนี้ 2 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เป็นประธานในการประชุม “การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย ในช่วงฤดูฝน ปี 2569” เพื่อวางมาตรการรับมือภัยธรรมชาติเชิงรุก โดยมี นายวีรวัฒน์ ศิริกุลพิพัฒน์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา, นายเกษม สุแงแดวอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำใหม่ พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

 

​       การประชุมในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของหลายภาคส่วนตามระเบียบวาระ ทั้งการคาดหมายลักษณะอากาศจากสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดยะลา, การบริหารจัดการน้ำและการแจ้งเตือนภัย โดยโครงการชลประทานจังหวัดยะลา และกองโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง, การเตรียมกำลังพลและเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติการจากหน่วยทหารในพื้นที่, การชี้แจงแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงการนำระบบสารสนเทศเพื่อการสนับสนุนการตัดสินใจภัยพิบัติจังหวัดยะลา โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการวิเคราะห์สถานการณ์

​> ถอดบทเรียนปีที่ผ่านมา “ฝนตกสะสม 200 มม. อพยพทันที”

 

​       ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงบทเรียนสำคัญจากปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าพื้นที่ตำบลลำใหม่เป็นจุดรองรับน้ำสำคัญที่รับน้ำระบายมาจากตำบลลำพะยา ก่อนจะไหลลงสู่ตำบลพร่อน หากช่วงเวลาดังกล่าวเกิดภาวะน้ำทะเลหนุน การระบายน้ำในพื้นที่ลำใหม่จะช้าลงอย่างมาก ทำให้เกิดน้ำท่วมขังทันที

 

​       จากสถิติปีที่ผ่านมา ทั้งตำบลลำใหม่และตำบลลำพะยามีปริมาณฝนตกสะสมสูงถึง 118 มิลลิเมตร ดังนั้น ในปี 2569 นี้ ทั้งสองตำบลจึงได้บูรณาการแผนแจ้งเตือนภัยร่วมกัน โดยกำหนดเกณฑ์มาตรฐานไว้อย่างชัดเจนว่า “หากมีปริมาณฝนตกสะสมแตะระดับ 200 มิลลิเมตร ให้ดำเนินการแจ้งเตือนเตรียมอพยพประชาชนทันที” เนื่องจากมวลน้ำใช้ระยะเวลาในการเดินทางจากตำบลลำพะยามายังตำบลลำใหม่เพียงประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

​> รองผวจ.ยะลา กำชับเตือนภัยต้องเข้าถึงทุกหลังคาเรือน - ขีดเส้นแผนอพยพเสร็จก่อน ต.ค.

 

​       นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เน้นย้ำในที่ประชุมอย่างเข้มงวดว่า

       "แม้เราจะมีระบบเตือนภัยที่ดี แต่เมื่อเกิดภาวะน้ำหนุน การระบายน้ำจะช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เราจึงต้องพร้อมอพยพประชาชนให้รวดเร็วที่สุด บทเรียนและสถานการณ์ในปีที่ผ่านมาเตือนเราว่า ปีนี้มวลน้ำมาแน่! ดังนั้น การวางแนวทางป้องกันทุกรูปแบบจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำล่วงหน้า โดยนำข้อมูลในอดีตมาเป็นแนวทางแก้ไข การแจ้งเตือนอพยพต้องเป็นระบบ มีขั้นตอนชัดเจน และที่สำคัญที่สุด ข่าวสารการแจ้งเตือนภัยต้องกระจายไปอย่างทั่วถึง ทรงพลัง และเข้าถึงประชาชนทุกครัวเรือนโดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นทางหอกระจายข่าว เสียงตามสาย รถประชาสัมพันธ์ หรือการเดินเคาะประตูบ้านโดยผู้นำชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวและยกของขึ้นที่สูงได้ทันท่วงที"

 

​       ด้าน อบต.ลำใหม่ ได้เตรียมความพร้อมขั้นต้นด้วยการตั้ง “จุดตรวจและศูนย์แจ้งเตือนภัย” ในพื้นที่ ม.1 และ ม.5 เพื่อเป็นจุดเฝ้าระวังระดับน้ำ ควบคู่กับการประสานงานกระจายข่าวและช่วยเหลือกู้ภัยในพื้นที่อย่างทันท่วงที ขณะที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา (ปภ.ยะลา) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตำบลลำใหม่ จัดทำแผนเผชิญเหตุและแผนอพยพ พร้อมประสานขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือในทุกขั้นตอน โดยขีดเส้นตายให้ดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด ภายในเดือนตุลาคม 2569 นี้ ก่อนเข้าสู่ช่วงมรสุมอย่างเต็มตัว


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar