จ.ยะลา เดินหน้าเข้มยกระดับคุ้มครองเด็กและเยาวชน ชูมาตรการความปลอดภัยสถานศึกษาขั้นสุด มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตเด็กยะลาอย่างยั่งยืน

 

       จังหวัดยะลาเดินหน้าขับเคลื่อนการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กอย่างเข้มข้น ในการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต จังหวัดยะลา ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการคุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต จังหวัดยะลา โดยมี นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ให้เกียรติเป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นางสาวอรวรรณ ฉ่ำชื่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา นำคณะกรรมการคุ้มครองเด็กฯ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

 

​       ในการนี้ นางฟาซียะ อาแซ หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา (พมจ.ยะลา) ได้สรุปรายงานผลการดำเนินงานให้ความช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งครอบคลุมภารกิจสำคัญหลายด้าน ได้แก่ โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด การช่วยเหลือสงเคราะห์เด็กในรูปแบบต่าง ๆ การอนุมัติเงินกองทุนคุ้มครองเด็ก และโครงการส่งเสริมศักยภาพครอบครัวเพื่อการเลี้ยงดูบุตร พร้อมยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยการดำเนินการคัดเลือกและประเมินเชิงปฏิบัติการแก่สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 7 แห่งในพื้นที่ 7 อำเภอ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลและพัฒนาเด็กอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม



       ด้าน นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ประธานในที่ประชุม ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ "มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษาจังหวัดยะลา" โดยระบุว่า การแก้ปัญหาและป้องกันภัยในโรงเรียนจะต้องยึดตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันทุกกลไกและมาตรการได้รับการวางไว้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การนำมาตรการเหล่านี้ไปปฏิบัติจริงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

​       สำหรับมาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษาที่ผ่านการพิจารณาในที่ประชุม มี 7 ด้านสำคัญ ดังนี้ 1.จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยในสถานศึกษา : เพื่อเป็นช่องทางรับแจ้งข้อมูล ตรวจสอบ และช่วยเหลือเหตุความรุนแรงหรือการละเมิดสิทธิอย่างทันท่วงที 2.กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณพื้นที่สถานศึกษา: ทั้งระบบสื่อสาร การซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน การตรวจตราความปลอดภัย รวมถึงการฝึกงานและการเดินทางของนักเรียน 3.ระบบดูแล คัดกรอง ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต และพัฒนาครูแนะแนว : มุ่งเน้นการคัดกรองสุขภาพจิต ประสานนักจิตวิทยา/ผู้เชี่ยวชาญ และพัฒนายกระดับศักยภาพ "ครูแนะแนว" หรือ "ครูที่ปรึกษา" ให้มีความรู้ความเข้าใจในการดูแล ให้คำปรึกษา และปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น เพื่อชี้นำและสร้างความตระหนักรู้แก่เด็กๆ ให้รู้เท่าทันปัญหาและมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เข้มแข็ง 4.บูรณาการความปลอดภัยร่วมกับหน่วยงานภายนอก : ดึงพลังความร่วมมือจากฝ่ายปกครอง ตำรวจ อัยการ สาธารณสุข นักสังคมสงเคราะห์ และชุมชน เข้าร่วมดูแลและช่วยเหลือทางกฎหมาย 5.เปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วม : สร้างความมั่นใจและร่วมมือกันดูแลความปลอดภัยของเด็กนักเรียน 6.สร้างความตระหนักรู้และรับฟังความคิดเห็น : ต่อต้านการกลั่นแกล้ง (Bullying) และความรุนแรงทุกรูปแบบ 7.กำหนดให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย (School Safety Zone) : ห้ามนำสิ่งของผิดกฎหมาย อาวุธ สิ่งของมีคม สารเสพติด หรือบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในสถานศึกษาโดยเด็ดขาด หากเกิดเหตุฉุกเฉินให้ผู้บริหารสถานศึกษารายงานและดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยทันที

 

​       การประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดยะลาในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และชุมชน เพื่อวางรากฐานการคุ้มครองเด็กให้ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การดูแลสวัสดิการขั้นพื้นฐาน การสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจผ่านระบบครูแนะแนว ไปจนถึงการสร้างสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาให้เป็น "พื้นที่ปลอดภัย" อย่างแท้จริง เพื่อให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดยะลาเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยในทุกก้าวของชีวิต


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar