
วันนี้ (25 ส.ค. 2569) เวลา 14.00 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีการถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) ไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ในส่วนของจังหวัดยะลา นายบุญสิทธิ์ กลิ่นเกษร หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา ได้รับมอบหมายให้นำหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล ณ ห้องประชุมสำนักงาน ปภ.จ.ยะลา ศาลากลางจังหวัดยะลา โดยมีหน่วยงานเข้าร่วมพร้อมเพรียง ได้แก่ ปลัดจังหวัดยะลา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา, ท้องถิ่นจังหวัดยะลา, โครงการชลประทานยะลา, ประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา, นายอำเภอทุกอำเภอ, สถานีอุตุนิยมวิทยายะลา, ส่วนอุทกวิทยาที่ 3 ยะลา, เทศบาลนครยะลา, เทศบาลเมืองสะเตงนอก และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดยะลา
>>ถอดบทเรียนพื้นที่ภาคเหนือ เยียวยา-ฟื้นฟูหลังน้ำลด

ที่ประชุมได้สรุปภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดน่าน เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ซึ่งนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่สั่งการและให้กำลังใจประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบแนวทางการทำงานเชิงรุก "น่านโมเดล" ให้ทุกจังหวัดนำไปปรับใช้ โดยเน้นย้ำความสำคัญ 4 ด้านหลัก 1 การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า (Cell Broadcast): เน้นย้ำให้นายอำเภอและผู้นำท้องถิ่นใช้ระบบแจ้งเตือนภัยอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ แจ้งเตือนประชาชนทันทีก่อนเกิดเหตุเพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน 2 การเข้าช่วยเหลือทันที : "เตือนทัน ยกของทัน" ให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทั้ง ปภ. ปกครอง อปท. และกำลังพล อส. เข้าถึงพื้นที่เพื่อช่วยย้ายของขึ้นที่สูงทันที โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนร้องขอ 3 การดูแลศูนย์อพยพและเส้นทางปลอดภัย : กำหนดเส้นทางอพยพที่ปลอดภัย และนำแนวคิด "จังหวัดบ้านพี่เมืองน้อง" มาใช้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยข้ามเขตช่วยเหลือได้ทันทีโดยลดขั้นตอนธุรการ 4 การดูแลสุขอนามัยและแจกจ่ายอาหาร : จัดหาอาหารและน้ำดื่มสะอาดให้ครบทุกมื้อ รวมถึงการระดมทีมวิศวกรและโยธาธิการเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนและระบบสาธารณูปโภคทันทีหลังน้ำลด
> เตือนภัยฝนตกหนัก 25 - 31 สิงหาคม 2569 ย้ำทุกจังหวัดพร้อมรับมือ 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ประธานในที่ประชุมได้สั่งการเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกจังหวัด เตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ในช่วงวันที่ 25 – 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักถึงตกหนักมาก และมีปริมาณฝนสะสมสูง Risk ต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่และเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้มีความพร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติขึ้นในพื้นที่ ให้เร่งเข้าระงับเหตุและช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้รวดเร็วที่สุด