โฆษก ศธ. ลงใต้ที่ยะลา เปิดงาน YALA EDU – FEST 2026 ภายใต้แนวคิด "Grow Together #เติบโตไปด้วยกัน" ชูนโยบายยืดหยุ่นคงความเป็นอัตลักษณ์ รุกจับมืออินโดฯ แลกเปลี่ยนครู-นักเรียน พร้อมวางกรอบใช้ AI ปลอดภัยในสถานศึกษา

 

 

       วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อ.เมือง จ.ยะลา  นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดงาน YALA EDU – FEST 2026 ภายใต้แนวคิด "Grow Together #เติบโตไปด้วยกัน"  โดยมีนายวีรพัฒน์ บุญฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายสมพงศ์ พละไชย ศึกษาธิการจังหวัดยะลา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นักศึกษา และภาคีเครือข่ายด้านสถานศึกษาจากทุกสังกัดเข้าร่วม

 

       ภายในงานจัดกิจกรรมและนิทรรศการทางวิชาการอย่างหลากหลาย อาทิ การแสดงนวัตกรรมการศึกษา การพัฒนาเด็กปฐมวัย การส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ ตลาดนัดนักเรียน “Learn เพลิน & Play” การแข่งขันทักษะทางวิชาการ การแสดงศักยภาพของนักเรียน และการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของจังหวัดยะลาให้เติบโตอย่างยั่งยืน


        นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนการสอนที่มีความยืดหยุ่น โดยไม่ตัดขาดหรือเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้จนทอดทิ้งรากเหง้าดั้งเดิมของเด็ก ทั้งในมิติของภาษา อัตลักษณ์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่จะมุ่งค้นหานวัตกรรมและวิธีการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีศักยภาพ และมีมาตรฐานวิชาการเทียบเท่ากับนักเรียนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ  สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดยะลาถือเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจและความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่พร้อมยื่นมือเข้ามาสนับสนุนและเติมแต่งศักยภาพให้แก่เยาวชนในพื้นที่ ให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งบนฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม


       “สำหรับความร่วมมือทางการศึกษากับต่างประเทศนั้น เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คณะผู้บริหารระดับสูง นำโดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง พร้อมคณะรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเยือนประเทศอินโดนีเซีย เพื่อร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการศึกษาร่วมกัน โดยเน้นการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการศึกษา ทั้งในระดับครูผู้สอนและตัวนักเรียน  ข้อตกลงดังกล่าวนับเป็นการขับเคลื่อนที่ตรงจุดอย่างยิ่ง เนื่องจากเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย มีพื้นฐานวิถีชีวิต ภาษา วัฒนธรรม และศาสนาที่ใกล้เคียงกับประเทศอินโดนีเซีย ทำให้สามารถเชื่อมโยงและปรับตัวเข้าหากันได้ง่าย จึงเป็นโอกาสสำคัญของคนในพื้นที่ที่จะได้ต่อยอดทางการศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว 


       นายตติยภัทร์ ยังได้กล่าวถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีว่า ในยุคปัจจุบัน AI ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นเทรนด์ของโลกที่หากไม่นำมาใช้ก็อาจทำให้ตกยุคได้ ซึ่ง AI มีเครื่องมือหลากหลาย ทั้งการค้นคว้าข้อมูล การสร้างภาพ การผลิตคลิปวิดีโอ หรือการสรุปเนื้อหา อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ในบริบททางการศึกษาต้องทำด้วยความระมัดระวังและมีการวางกรอบอย่างชัดเจน ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งวางกรอบการเข้าถึงเครื่องมือ AI อย่างปลอดภัยและเหมาะสมตามช่วงวัย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กปฐมวัยและประถมศึกษา ซึ่งอาจจะคุ้นเคยกับเครื่องมือแต่ยังขาดความรู้เท่าทันภัยแฝงที่มากับเทคโนโลยี เราต้องส่งเสริมให้เด็กใช้ AI เป็นตัวเชื่อมในการแสวงหาความรู้ แต่ต้องไม่ทำให้เด็กมองว่า AI คือคำตอบทั้งหมดของการเรียนรู้ เพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุดยังคงเกิดขึ้นภายในห้องเรียน ผ่านกระบวนการปลูกฝังของครูผู้สอน และหลักสูตรการศึกษาที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป

 


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar