
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลรามัน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ได้มีการจัดการประชุมเตรียมความพร้อมการดำเนินงาน โครงการ "แสงแห่งความหวัง" รักษาตาต้อกระจกให้ประชาชน เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคล โดยได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงนิยา สือนิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามัน เป็นประธานในการประชุม
> ความร่วมมือไร้รอยต่อจากทุกภาคส่วน <

การประชุมในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังแห่งความร่วมมือสามัคคีของหน่วยงานทั้งภาครัฐ ฝ่ายปกครอง ความมั่นคง และสาธารณสุขในพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมสำคัญ ได้แก่ พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ สุริยะวงศ์ ผกก.สภ.รามัน นายอาสมี เซาะบากอ นายก อบต.กายูบอเกาะเลขานายกเทศมนตรีตำบลรามัน ประธานหลักสูตรสัมพันธ์ระดับผู้บริหารจังหวัดยะลา หัวหน้าสาธารณสุขอำเภอรามัน ฝ่ายอำนวยการ 5 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 (ฝอ.5 ฉก.ทพ.41) ร.ท.วสวัตติ์ ปัดทพัดผบ.ชุดสันติสุขที่ 302 หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลรามัน
> เตรียมความพร้อมรอบด้าน รองรับการให้บริการในห้วงวันที่ 15, 22 และ 23 ส.ค. 69 <

ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานอย่างละเอียด เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยร่วมกันวางแผนในด้านต่างๆ ประกอบด้วย 1.การคัดกรองและส่งต่อผู้ป่วย : วางระบบประสานงานร่วมกับ รพ.สต. และผู้นำชุมชน เพื่อสำรวจคัดกรองผู้สูงอายุและผู้มีปัญหาทางสายตาต้อกระจกในชุมชนล่วงหน้า 2.การจัดเตรียมสถานที่และเครื่องมือแพทย์ : เตรียมความพร้อมห้องผ่าตัด ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนระบบดูแลหลังการผ่าตัด 3.การอำนวยความสะดวกและการเดินทาง : การสนับสนุนพาหนะรับ-ส่งประชาชนจากพื้นที่ห่างไกล โดยหน่วยงานความมั่นคงและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4.การดูแลรักษาความปลอดภัย: การวางมาตรการดูแลความปลอดภัยรอบบริเวณพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้มารับบริการ
“ดวงตา... ประตูสู่อนาคตและสันติสุขที่ยั่งยืน”

ด้าน พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ได้กล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า “โครงการแสงแห่งความหวังที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นโครงการที่เปิดโลกใบใหม่และจุดประกายความหวังให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด การคืนมองเห็นให้แก่ผู้ป่วยตาต้อกระจก ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาโรคทางกาย หรือทำให้พวกเขากลับมาเห็นแสงสว่างอีกครั้งเท่านั้น แต่ในบริบทของพื้นที่ ความต้องการได้รับการรักษาด้านสายตามีสูงมาก เพราะ ‘ดวงตา’ เปรียบเสมือนประตูสู่การมองเห็นอนาคต ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาดูแลตัวเอง ประกอบอาชีพ ลดภาระของครอบครัว และกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญในการสร้างความเข้าใจ ความสมานฉันท์ และนำพาสันติสุขที่แท้จริงมาสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน”

การผนึกกำลังในครั้งนี้ไม่เพียงแต่มุ่งหวังผลสัมฤทธิ์ทางการแพทย์ในการคืนการมองเห็นให้แก่ประชาชนในห้วงวันที่ 15, 22 และ 23 สิงหาคม 2569 เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดี และเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของทุกภาคส่วนในจังหวัดยะลา ที่พร้อมจะหยิบยื่นความปรารถนาดีและสร้างรอยยิ้มกลับคืนสู่ครอบครัวของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง