31 ปีแห่งความผูกพัน บนเส้นทางความเสี่ยงที่เลี่ยงไม่ได้

 "สร้างโรงงานมา 31 ปี จะปิดตัวลงได้อย่างไร... ยอมอยู่ในความเสี่ยง แค่ปรับกิจการให้เล็กลง"

 

​       เสียงสะท้อนอันสั่นเครือจาก นางโระฮันนี แวนาแว ผู้จัดการทั่วไป ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามดาวพาราวู้ด (โรงไม้ 3 ดาว) ตั้งอยู่เลขที่ 117 หมู่ 9 บ้านเจาะปันตัง ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา บอกเล่าถึงความสะเทือนใจและทิศทางอนาคตของโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราเก่าแก่แห่งนี้ หลังต้องเผชิญกับข่าวร้ายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

       ​เหตุการณ์ความสูญเสียเกิดขึ้นอย่างอุกอาจ เมื่อกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนแอบซุ่มยิง นายชัชวาลย์ บูรณะเลขหรือ “เสี่ยชัช” อายุ 60 ปี เจ้าของกิจการ ผู้เป็นเหมือนเสาหลักและหัวเรือใหญ่ บริเวณหน้าประตูสำนักงาน เสี่ยชัชทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลบันนังสตา สร้างความหวาดผวาและความรู้สึกไม่ปลอดภัยให้แก่พนักงานทุกคน จนมีกระแสข่าวลือสะพัดว่าโรงงานแปรรูปไม้แห่งนี้อาจต้องปิดตัวลงถาวร

​>เปิดทางเลือกพนักงาน ปรับทัพรอดวิกฤต<

 

​       เพื่อสยบข่าวลือและประคับประคองชีวิตของพนักงาน นางโระฮันนี ยืนยันชัดเจนว่า โรงงานยังไม่ได้ปิดกิจการ แต่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบทบาทองค์กรเพื่อความอยู่รอด โดยเปิดทางเลือกให้แก่พนักงานกว่า 200 ชีวิต (เป็นแรงงานท้องถิ่น 60% และแรงงานต่างพื้นที่รวมถึงชาวเมียนมา 40%) 1.การย้ายสถานที่ทำงาน : จัดเตรียมตำแหน่งงานในโรงงานเครือข่าย ทั้งในพื้นที่ อ.เบตง และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา รวมถึง อ.นาทวี และอ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา  2.การสมัครใจลาออก : สำหรับผู้ที่ไม่ประสงค์จะทำงานต่อ บริษัทจะมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งเพื่อใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพช่วงเปลี่ยนผ่าน

 

       "เสี่ยชัชและครอบครัวสร้างโรงงานนี้มากับมือกว่า 31 ปี พวกเราจะไม่ยอมปิดมันลงแน่นอน โดยพร้อมจะผลักดันให้ลูกชายของเสี่ยชัชขึ้นมาดำเนินกิจการต่อ เพียงแต่ต้องปรับบทบาทในบันนังสตาให้เล็กลง เหลือเพียง ‘ศูนย์รับซื้อไม้ยางพารา’ เพื่อรวบรวมวัตถุดิบส่งต่อให้เครือข่ายแปรรูปแทน ส่วนคดีความนั้น คงต้องรอความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่สืบสวนเพื่อนำตัวผู้บงการและคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมาย ถึงอย่างไร พวกเราก็ต้องยอมทำงานบนความเสี่ยงต่อชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นี้ต่อไป"  ผู้จัดการทั่วไป หจก.สามดาวพาราวู้ด

>หยาดน้ำตาและบาดแผลของคนในพื้นที่<

 

       จากการลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศภายในโรงงาน ภาพบรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบเหงา เหลือเพียงคนงานราว 10 คนที่กำลังแปรรูปไม้ส่วนที่เหลือ และคอยอำนวยการรับซื้อไม้ยางพาราเพื่อส่งต่อให้เครือข่าย

       นางสาวมาซีเตาะ กูเตะ อายุ 43 ปี คนงานชาวบันนังสตาที่ทำงานมานานกว่า 20 ปี เผยความรู้สึกทั้งน้ำตาว่า

 

       "เสี่ยชัชเป็นคนใจบุญ ให้โอกาสทุกคน และไม่เคยมีเรื่องกับใคร ทำไมต้องทำร้ายท่านด้วย? ไม่ว่าจะพุทธหรืออิสลาม เราก็คนไทยด้วยกัน ผลกระทบตกอยู่กับพวกเราคนหาเช้ากินค่ำ ถ้าโรงงานปิดลง เราจะไปหางานที่ไหนต่อ ครอบครัวจะอยู่กันอย่างไร"

       ขณะที่ นายซาการียา มะดอ หนึ่งในคนงานเก่าแก่ ยืนมองเครื่องเลื่อยไม้ที่เคยส่งเสียงดังทุกวันแต่วันนี้กลับหยุดนิ่ง ด้วยสายตาเหม่อลอย

 

       "หลายวันแล้วที่ไม่มีงานให้ทำ แต่ผมก็ยังมาที่นี่ทุกวัน ความผูกพันที่มีต่อเสี่ยชัชและโรงงานนี้ มันคือทั้งหมดของชีวิตเรา คนที่ไม่เจอกับตัวคงไม่รู้ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนที่กำลังจะไม่เหลืออะไรกิน และครอบครัวของเสี่ยชัชที่ลงทุนทั้งชีวิตจะปวดร้าวกว่าพวกเราขนาดไหน"

>มุมมองคนในพื้นที่ การแทรกแซงและมาตรการแก้ไขของภาครัฐ<

 

       เหตุการณ์ซุ่มยิงเจ้าของโรงไม้ 3 ดาว มิใช่เพียงคดีอาชญากรรมธรรมดา แต่เป็นภาพสะท้อนที่ตอกย้ำถึง"ผลกระทบจากความไม่สงบและการสร้างสถานการณ์" ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งส่งผลสะเทือนโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจฐานราก เมื่อวิสาหกิจท้องถิ่นถูกคุกคาม ความมั่นคงในชีวิตและปากท้องของประชาชนย่อมพังทลายลงเป็นโดมิโน เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและสร้างความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ภาครัฐและหน่วยงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร จำเป็นต้องเร่งดำเนินการใน 3 มิติสำคัญ -  ด้านคดีและการบังคับใช้กฎหมาย : ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและฝ่ายความมั่นคง ต้องเร่งแกะรอยพยานหลักฐานเพื่อจับกุมทั้งผู้ก่อเหตุและ "ผู้บงการ" มาลงโทษโดยเร็วที่สุด เพื่อหยุดยั้งวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด และลดข้อคลางแคลงใจของสังคม -  ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยเขตเศรษฐกิจ : กองอำนวยการรักษาความปลอดภัย (กอ.รมน.) และฝ่ายปกครอง ต้องปรับแผนการลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ล้อมรอบพื้นที่สถานประกอบการ วิสาหกิจและโรงงานในจุดเสี่ยง เพื่อสร้าง "ไข่แดงความปลอดภัย" ให้ภาคเอกชนยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปได้ -  และด้านการเยียวยาและฟื้นฟูแรงงาน : กระทรวงแรงงานและหน่วยงานพัฒนาสังคมในพื้นที่ ต้องเข้ามาดูแลพนักงานกว่า 200 ชีวิตอย่างใกล้ชิด ทั้งการจัดหางานใหม่ การฝึกอาชีพเสริม และการสนับสนุนสภาพจิตใจของคนงานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้

>ความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้า<

 

        โรงงานคือชีวิตแม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงและเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นกับโรงงานสามดาวพาราวู๊ดมาหลายครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ทายาทของเสี่ยชัชยังคงยืนยันที่จะสานต่อกิจการ ด้วยความเชื่อที่ว่าโรงงานแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาชีพของครอบครัว แต่เป็นรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อีกหลายร้อยชีวิต"ถึงจะเสี่ยงต่อชีวิตแต่โรงงานคือชีวิตเริ่มแรกของครอบครัวเสี่ยชัช รุ่นลูกจึงต้องเสี่ยงต่อไปจนชีวิตยังมีชีวิตอยู่ เพราะโรงงานไม่ได้แค่อาชีพครอบครัวแต่เป็นคุณภาพของประชาชนในพื้นที่อีกหลายร้อยชีวิต"ความมุ่งมั่นนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและพนักงาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้โรงงานสามดาวพาราวู๊ดยังคงยืนหยัดและพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อก้าวต่อไปในอนาคต แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายที่หนักหน่วงก็ตาม


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar