
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา ณ ศาลาอเนกประสงค์มัสยิดเราฎอตุลอีบาดะห์ บ้านบือนังรียง หมู่ที่ 1 ตำบลเมาะมาวี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ได้มีการจัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจและสานสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บังคับบัญชา พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (เจ้าของนโยบาย) พร้อมด้วยพลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (1) / ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี (ผู้กำกับดูแล) มอบหมายให้พันเอก เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ได้นำร้อยเอก กิตติพัฒน์ เธียรธัญกุล ผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจพันทหารราบที่ 4 (ผบ.ร้อย ร. ที่ 3 ฉก.พัน.ร.ที่ 4) ร้อยโท โจ พิมพ์ดา ผู้บังคับชุดสันติสุขที่ 508 นายแวหามะนาวาวี หะยีอาซา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมาะมาวี ประธานโต๊ะอิหม่ามประจำตำบลเมาะมาวี กำนันตำบลเมาะมาวี ผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 6 หมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลเมาะมาวี และบาบอนิรอมลี เจ๊ะเละ (บาบอรอมมี) วิทยากรพิเศษ ศูนย์สันติวิธี (ศสว.)
@รมว.การเมือง ย้ำนโยบายแม่ทัพภาค 4 "มุ่งบำบัดทุกข์ บำรุงสุข" @

ในโอกาสนี้ พันเอก เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ได้กล่าวพบปะและเปิดเผยถึงแนวทางการทำงานกับพี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ว่า
"กองทัพภาคที่ 4 มีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยหัวใจสำคัญคือการบูรณาการร่วมกันระหว่างฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และฝ่ายสาธารณสุข เพื่อเข้าถึงประชาชนในการ 'บำบัดทุกข์ บำรุงสุข' ขจัดเงื่อนไขความหวาดระแวง และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับนโยบายของรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐพร้อมรับฟังและเคียงข้างประชาชน เพื่อให้พื้นที่เกิดความปลอดภัยและนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องทุกคนอย่างยั่งยืน" พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาทุกข์เบื้องต้น ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
@ บรรยายธรรมเชิงลึก "ดนยา" ทางผ่านสู่ความสงบนิรันดร์ใน "อาคีเราะห์" @

ด้าน บาบอนิรอมลี เจ๊ะเละ (บาบอรอมมี) วิทยากรพิเศษ ศูนย์สันติวิธี ได้ให้เกียรติบรรยายธรรมตามหลักศาสนาอิสลาม เพื่อสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยมีใจความสำคัญว่า
"โลกดนยา (โลกนี้) เปรียบเสมือนสถานีชั่วคราวที่เป็นบททดสอบของมนุษย์ อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงสร้างมนุษย์มาให้มีความหลากหลายทั้งเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ และภาษา ไม่ใช่เพื่อการขัดแย้ง แต่เพื่อให้เราได้เรียนรู้ เกื้อกูล และทำความดีต่อกัน การสร้างความสันติสุขและการให้อภัยในใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทุกการกระทำบนโลกดนยาจะเป็นเสบียงสำคัญในการเดินทางกลับสู่โลกอาคีเราะห์ (โลกหน้า) ซึ่งเป็นที่พักพิงอันบรมสุขและเป็นนิรันดร์ ดังนั้น การร่วมมือกันสร้างความสงบสุขในชุมชนและการทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด จึงเป็นวิถีทางที่ศาสนารับรอง"
เสียงสะท้อนจากพื้นที่ ประชาชนอุ่นใจ รัฐพร้อมรับฟังแก้ปัญหาตรงจุด

ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม ตัวแทนประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ตำบลเมาะมาวีที่เข้าร่วมรับฟัง ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกและแสดงความคิดเห็นต่อการจัดกิจกรรมในรูปแบบนี้ โดยระบุว่า
"พวกเราชาวบ้านในพื้นที่ต่างมีความมั่นใจและรู้สึกดีมาก ๆ กับการได้มาพบปะพูดคุยระหว่างภาครัฐกับประชาชนในลักษณะนี้ มันเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับชุมชน ทำให้รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง การที่เปิดโอกาสให้ได้เข้าถึงและพร้อมที่จะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพวกเรา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและรวดเร็ว ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก กิจกรรมแบบนี้ช่วยลดความหวาดระแวงซึ่งกันและกันไปได้เยอะมาก และอยากให้มีการจัดกิจกรรมที่ใกล้ชิดแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ"

จากการจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีตามวัตถุประสงค์ สามารถช่วยลดช่องว่างและความหวาดระแวงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังช่วยให้พี่น้องประชาชนและกลุ่มเยาวชนมีความเข้าใจในนโยบาย ความจริงใจของภาครัฐมากยิ่งขึ้น พร้อมที่จะร่วมมือเป็นหูเป็นตาและขับเคลื่อนชุมชนตำบลเมาะมาวีให้เป็นพื้นที่สันติสุขและน่าอยู่ต่อไป