พลังศรัทธาเหนือน้ำตา มุสลิม 5 จังหวัดชายแดนใต้ร่วมละหมาดฮายัตต้อนรับฮิจเราะห์ 1448 วิงวอนอัลลอฮ์ประทานสันติสุขสู่มาตุภูมิ



       ศูนย์กลางแห่งแรงศรัทธาอันบริสุทธิ์ ภาพของลานละหมาด ณ มัรกัส ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา คลาคล่ำไปด้วยคลื่นมหาชนกว่า 2,000 ชีวิต ที่มาร่วมกันหลอมรวมจิตใจเป็นหนึ่งเดียว เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ในพิธีละหมาดฮายัตและขอพร (ดูอาอ์) เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่อิสลาม ฮิจเราะห์ศักราช 1448 ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความศรัทธา (อีมาน) โดยมีผู้อาวุโสวัย 94 ปี ร่วมยืนหยัดในแถวละหมาดอย่างสง่างาม

 

​       การรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่นี้ นำโดย นายอาดัม ดาเระมูซอ (อุสตะ มามุ) ประธานดะวะห์แห่งประเทศไทย และประธานมูลนิธิมาดีนะฮ์ ตุนนูร พร้อมด้วยโต๊ะครู ผู้ทรงคุณวุฒิ (อุลามาอ์) และอิหม่ามผู้นำอาวุโสจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีนายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และคณะ ร่วมสังเกตการณ์ด้วย

 

       แก่นแท้ของการเผยแผ่ศาสนา (ดะวะห์) ในครั้งนี้ คือการเน้นย้ำให้มุสลิมทุกคนเริ่มต้นจากการ "ดะวะห์ตัวเอง" ขัดเกลาจิตใจจากสิ่งไม่ดีงามสู่ความดีงาม โดยมีหัวใจหลักคือ "การรักษาละหมาด 5 เวลา" ให้สมบูรณ์ด้วยความอิคลาส (ความบริสุทธิ์ใจ) และยืนหยัดบนหลักศรัทธา 6 ประการ เพื่อให้พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบรับ

◇ ถ้อยคำหลั่งน้ำตา "อามีน" ดังกึกก้องทั่วชั้นฟ้า ◇

 

​       ช่วงเวลาที่บีบหัวใจและซาบซึ้งที่สุด เกิดขึ้นภายหลังเสร็จสิ้นการละหมาดฮายัต เมื่อ อุสตะมามุ ได้นำขอพร (ดูอาอ์) ด้วยน้ำตาและน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เปี่ยมด้วยความศรัทธาอันแรงกล้า ความว่า

       "โอ้..อัลลอฮ์ ทุกการกระทำของบ่าวล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ การพยายามในศาสนกิจและการงานทุกประการ ล้วนเป็นสิทธิ์ของพระองค์ ขอพระองค์ทรงมอบสิ่งที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์แก่บ่าวผู้ศิโรราบ ถึงแม้สิ่งนั้นอาจไม่ถูกใจบ่าว แต่นั่นคือสิ่งที่ประเสริฐยิ่งที่บ่าวไม่อาจล่วงรู้ได้..."  สิ้นคำวิงวอน เสียง "อามีน" (ขอพระองค์ทรงตอบรับ) จากพี่น้องมุสลิมกว่าสองพันคนประดุจเสียงสะท้อนแห่งความหวัง ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ หลายคนไม่อาจกลั้นน้ำตาแห่งความตื้นตันไว้ได้

◇ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การเมือง ข้าราชการ และความมั่นคง 

 

​       งานนี้ยังได้รับเกียรติจาก นายมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) พร้อมด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชาติ นำโดย นายสุไลมาน บือแนปีแน (ส.ส.ยะลา เขต 1), นายซูการ์โน มะทา (ส.ส.ยะลา เขต 2) และ นายอับดุลอายี สาแม็ง (ส.ส.ยะลา เขต 3) ที่มาร่วมละหมาดและพบปะพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด  โดยประธานที่ปรึกษานายกฯ ได้กล่าวแสดงความตื้นตันใจและขอบคุณต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ที่ทรงรวมหัวใจของพี่น้อง 5 จังหวัดชายแดนใต้ให้เป็นหนึ่งเดียวในการปฏิเสธความรุนแรง และร่วมกันเชิญชวนสู่ความดีงาม พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมจะอำนวยความสะดวกและสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมเช่นนี้อย่างเต็มที่

 

​       ในขณะเดียวกัน ภาคความมั่นคงจาก ศูนย์สันติวิธี (ศสว.) นำโดย พล.ท.ชัชภณ สว่างโชติ (ผู้พันแพะ) ที่ปรึกษา ผอ.ศสว. และ พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผอ.รร.การเมือง ศสว. ได้เดินทางเข้าเยี่ยมเยียนให้กำลังใจแกนนำศาสนาและประชาชน โดยระบุว่า ฝ่ายทหารเข้ามามีส่วนร่วมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตามแนวทางนโยบายของ ผอ.รมน.ภาค 4 สน. ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า พลังแห่งการขอพรและความดีงามจะนำพาสันติสุขที่แท้จริงมาสู่พื้นที่ในเร็ววัน

◇ สันติภาพที่ถักทอด้วยมือมนุษย์ และอนุมัติโดยพระผู้เป็นเจ้า ◇

 

​       การละหมาดฮายัตเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ฮิจเราะห์ศักราช 1448 ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่พิธีกรรมทางศาสนา หากแต่คือ "สัญลักษณ์แห่งความหวัง" ที่แสดงให้เห็นว่า สันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการผสานพลังจากทุกฝ่าย  ตั้งแต่หยาดเหงื่อและความพยายามของรัฐบาล ฝ่ายความมั่นคง และข้าราชการ ไปจนถึงหยดน้ำตาแห่งความศรัทธาอันบริสุทธิ์ของพี่น้องประชาชน  เพราะในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อมนุษย์ทำหน้าที่ของตนเองอย่างสุดความสามารถ ด้วยหัวใจที่ปรารถนาความดีงาม. "สันติสุขและความร่มเย็นที่แท้จริง ย่อมเป็นไปตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า" อย่างแน่นอน


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar