
ภายใต้นโยบายการสร้างสันติสุขและขับเคลื่อนงานมวลชนสัมพันธ์อย่างยั่งยืนของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ พลตรี ชาคริต อุจะรัตน ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงประชาชนและสร้างความเข้าใจในมิติพหุวัฒนธรรม ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาอเนกประสงค์ ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ศูนย์สันติวิธีได้เดินหน้าจัดกิจกรรมเชิงรุกเพื่อมอบความสุขและสร้างความร่วมมือในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

โดย ศูนย์สันติวิธี ได้มอบหมายให้ พ.อ. เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (ศสว.) นำชุดการเมืองเคลื่อนที่ ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ประกอบด้วย พ.ต.อ. ทศม ม่วงเกษม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาประดู่, นายมะรุสดี มามุ ประธานสภาตำบลนาประดู่เหนือ, นายสุไลมาน เจ๊ะและ นายกสมาคม POSBO, ปลัดเทศบาลตำบลนาประดู่เหนือ, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, หัวหน้าชุดปฏิบัติการกรมนทหารพรานที่ 4301 (หน.ชป.กร.ร้อย ทพ.4301) และชุดสันติสุขที่ 504 เพื่อร่วมกันพบปะเยี่ยมเยียน บรรเทาความเดือดร้อน และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐกับประชาชน
◇ เยียวยาด้วยหัวใจ มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคสู่ชุมชน ◇

ในโอกาสต้อนรับปีใหม่อิสลาม (ซึ่งตรงกับวันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2569) ที่ผ่านมา ทางคณะเจ้าหน้าที่รัฐได้ร่วมกันมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช อาหารแห้ง และเครื่องดื่ม ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพ บรรเทาความเดือดร้อนในการดำเนินชีวิต และส่งมอบความห่วงใยจากใจส่วนราชการถึงมือประชาชนโดยตรง บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น
◇ ฟังธรรมรับปีใหม่ฮิจเราะห์ 1448 : ถอดบทเรียนประวัติศาสตร์สู่วิถีสันติภาพ ◇

ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมในครั้งนี้ คือการเรียนเชิญ บาบอรอมลี เจ๊ะมะ วิทยากรพิเศษศูนย์สันติวิธี มาล้อมวงบรรยายธรรมสรรเสริญเนื่องในวันขึ้นปีใหม่อิสลาม (ฮิจเราะห์ศักราช 1448) โดยได้หยิบยกเรื่องราวประวัติศาสตร์ของการ "ฮิจเราะห์" หรือการอพยพของท่านศาสดามูฮัมหมัดจากเมืองมักกะฮ์สู่เมืองมะดีนะฮ์
บาบอนิรอมลี ได้ถอดรหัสธรรมะว่า “การอพยพในครั้งนั้นไม่ใช่เพียงการย้ายที่อยู่ แต่คือการเดินทางเพื่อปรับปรุงสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ของบ้านเมืองให้ดีขึ้น เพื่อนำความสงบสุขกลับมาปูรากฐานในการปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ” ซึ่งถือเป็นฮิจเราะห์แรกของอิสลามที่สอนให้มนุษย์ละทิ้งสิ่งไม่ดีงาม แล้วหันมาร่วมมือกันสร้างสรรค์สังคมที่ปลอดภัยและเกื้อกูลกัน
◇ เสียงสะท้อนจากใจชาวบ้าน: ปฏิเสธความรุนแรง มุ่งสร้างมิตรภาพ

ด้านพี่น้องประชาชนที่เข้ารับฟังต่างแสดงพลังร่วมกันปฏิเสธความรุนแรงในทุกมิติ โดยมองว่าสอดคล้องกับหลักคำสอนที่แท้จริงของศาสนา ซึ่งแกนนำราษฎรสะท้อนมุมมองอันลึกซึ้งว่า
"การที่เราได้อยู่อย่างหลากหลายในโลกนี้ มันคือตำราเล่มใหญ่ของศาสนาที่ให้มนุษย์ได้คิด ได้ให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน เพราะสุดท้ายแล้วความเป็นมนุษย์ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่หรือรวยล้นฟ้า สุดท้ายตายไปก็เหลือแค่กระดูก... แม้แต่ศพที่เหลืออยู่ แค่หนึ่งนาทีคนก็ไม่อยากมองแล้ว ดังนั้น สู้เราหันหน้ามาสร้างมิตรภาพ ให้เราจากโลกนี้ไปด้วยรอยยิ้ม ตายในศาสนาและอีมานที่สมบูรณ์ นี่คือหน้าที่ของมนุษย์เพื่อมนุษย์ ที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาบนโลกนี้"
◇ ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ◇

จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมความเข้าใจในนโยบายของภาครัฐให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมใจที่ช่วยลดความหวาดระแวง เสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนในพื้นที่ ตอกย้ำภาพลักษณ์การอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและพร้อมก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างสันติสุข