
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุม War Room อาคาร 2 ศาลากลางจังหวัดยะลา นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดยะลา ครั้งที่ 1/2569 เพื่อวางกรอบนโยบายและติดตามการดำเนินงานด้านการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยมี นางสาวอรวรรณ ฉ่ำชื่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา (พมจ.) พร้อมด้วยคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
◇ ชู 6 ประเด็นเร่งด่วน พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กยะลา ◇

ในที่ประชุม นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก โดยระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์เด็กในจังหวัดยะลายังมีประเด็นที่น่ากังวลและต้องเร่งแก้ไขใน 6 ด้านหลัก ประกอบด้วย 1.การเลี้ยงดูของครอบครั 2.ปัญหาทางการศึกษา 3.สุขภาพจิต 4.ปัญหายาเสพติดในเยาวชน 5.พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและการใช้ความรุนแรง และปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตเด็ก

"เราต้องทำงานเชิงรุก ไม่ใช่เพียงแค่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยตามแก้ คณะกรรมการฯ ต้องบูรณาการร่วมกันเพื่อเข้าถึงเด็กกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะในเรื่องของยาเสพติดและพฤติกรรมความรุนแรง ซึ่งต้องอาศัยทั้งการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นควบคู่ไปกับการเยียวยาทางจิตใจ" รอง ผวจ.ยะลา กล่าว
◇ วางมาตรการสกัดปัญหา "ทอดทิ้งเด็ก" และการสื่อสารที่ไม่สร้างสรรค์ ◇

ด้าน นางสาวอรวรรณ ฉ่ำชื่น พมจ.ยะลา ได้รายงานถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทอดทิ้งเด็กทารกในที่สาธารณะ โดยจะเน้นการทำงานผ่านศูนย์พึ่งได้ (OSCC) และสายด่วน 1300 รวมถึงการสร้างเครือข่ายคุ้มครองเด็กระดับตำบลเพื่อเฝ้าระวังจุดเสี่ยงในชุมชน พร้อมทั้งชูแนวคิด "การสื่อสารเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม" (Communication for Change) ที่ไม่ตีตราผู้กระทำผิด แต่เน้นการให้ทางออกและช่วยเหลืออย่างจริงจัง
◇ วอนสื่อ-โซเชียล ยึดหลัก "หยุดแชร์" เพื่อคุ้มครองสิทธิเด็ก ◇

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางปฏิบัติสำหรับสื่อมวลชนและการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย โดยมีมติให้รณรงค์แคมเปญ "หยุดแชร์" เพื่อสร้างกระแสสังคมให้ตระหนักว่าการแชร์ภาพเด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือถูกทำร้าย เป็นการตอกย้ำความรุนแรงและละเมิดสิทธิเด็กอย่างร้ายแรง โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้ ▪︎ปกปิดอัตลักษณ์ : ห้ามเผยแพร่ชื่อ-นามสกุล และใบหน้าของเด็ก ▪︎คำนึงถึง Digital Footprint : ข้อมูลบนโลกออนไลน์จะคงอยู่ตลอดไป ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อเด็กในอนาคต และนำเสนอทางแก้ไข (Solution-based) : แทนที่จะขายข่าวความน่าสงสารหรือเน้นความรุนแรง (Sensationalism) ให้เปลี่ยนเป็นการแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่เพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือที่ถูกต้อง

การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นการวางรากฐานสำคัญในการยกระดับกลไกการคุ้มครองเด็กของจังหวัดยะลา โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกในระดับพื้นที่และการสร้างจิตสำนึกในการสื่อสารอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดยะลาได้รับการปกป้องสิทธิและเติบโตในสังคมที่มีความปลอดภัยอย่างแท้จริง ทั้งนี้ หากพบเห็นเด็กที่อยู่ในสภาวะยากลำบากหรือถูกกระทำรุนแรง สามารถแจ้งสายด่วน พม. 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง