
ยะลาคึกคัก! ผู้ว่าฯ ก้องสกุล เปิดตัว "รถพุ่มพวงโมเดล" ขนสินค้าเกษตรปลอดสารและ OTOP ขึ้นชื่อ ลุยเคาะประตูบ้านลดภาระค่าครองชีพประชาชน พร้อมปักหมุด "ตลาดนัดคนไทยยิ้มได้" กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้หมุนเวียนอย่างยั่งยืน
[] เปิดตัว "รถพุ่มพวง พช." การตลาดเคลื่อนที่สไตล์ไทยช่วยไทย []

วันที่ 24 เม.ย. 69 ณ หน้าศาลากลางจังหวัดยะลา นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นำทีมคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเปิดตัว "รถพุ่มพวง พช." โมเดลการตลาดเคลื่อนที่เชิงรุกที่เข้าถึงกลุ่มรากหญ้าโดยตรง โดยขบวนรถพุ่มพวงนี้จะบรรทุกสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน พืชผัก ผลไม้สดๆ จากศูนย์เรียนรู้ "โคก หนอง นา" ที่การันตีความสด สะอาด ปลอดสารพิษ รวมถึงสินค้า OTOP ชื่อดังที่เป็นภูมิปัญญาของชาวใต้
จุดเด่นที่ทำเอาชาวบ้านยิ้มออก: • ราคามิตรภาพ: เริ่มต้นเพียง 10 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม • ความสะดวก: ส่งตรงถึงที่ ไม่ต้องเดินทางไกล สอดรับกับมาตรการ "ไทยช่วยไทย"
[]ถ้อยคำเปิดใจจาก "ผู้ว่าฯ ยะลา" []

นายก้องสกุล จันทราช ได้กล่าวถึงหัวใจสำคัญของกิจกรรมในครั้งนี้ไว้อย่างน่าประทับใจว่า
"นี่ไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่เป็นการเชื่อมโยงน้ำใจจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค ให้เศรษฐกิจฐานรากของยะลาหมุนเวียนและเติบโตอย่างยั่งยืน"
การขับเคลื่อนครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างโอกาสและรายได้ให้กับผู้ผลิตในชุมชน ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคายุติธรรม
[] พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการและชุมชน []

กิจกรรมนี้ถือเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ ผู้ประกอบการ OTOP และเครือข่ายโคก หนอง นา มีพื้นที่กระจายสินค้าได้กว้างขึ้น ทำให้สร้างรายได้ต่อเนื่องสินค้าไม่ต้องรอคนมาซื้อที่ร้าน แต่ "เดินหน้าเข้าหาลูกค้า" ผ่านรถพุ่มพวง ได้ยกระดับคุณภาพชีวิต เมื่อสินค้าชุมชนเข้าถึงมือผู้บริโภคในวงกว้างขึ้น เศรษฐกิจในครัวเรือนก็แข็งแกร่งขึ้น ได้สร้างกระแส "กินของไทย ใช้ของไทย" ปลุกพลังท้องถิ่นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
[] ปักหมุดจุดช้อป "ตลาดนัดคนไทยยิ้มได้" []

นอกจากรถพุ่มพวงเคลื่อนที่แล้ว จังหวัดยะลายังจัดพื้นที่สร้างรอยยิ้ม ณ "ตลาดนัดคนไทยยิ้มได้" บริเวณหน้าบ้านพักพัฒนาการจังหวัด (หลังศาลากลางจังหวัดยะลา) โดยจะเริ่มเปิดตลาดตั้งแต่วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 นี้เป็นต้นไป

การผนึกกำลังระหว่างสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลาและศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนยะลาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าครองชีพ แต่ยังเป็นการ "สร้างรอยยิ้ม" และ "ความเข้มแข็ง" ให้กับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดยะลาได้อย่างยั่งยืน