
วันที่ 21 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมพระประชาบดี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคมสร้างตนเองธารโต จังหวัดยะลา ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นส.อรวรรณ ฉ่ำชื่น ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองธารโต, นายสมใจ บุญอาจ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้จังหวัดยะลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
[] วัตถุประสงค์หลักและความสำคัญ []

การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อพิจารณาสิทธิในที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าเป็นสมาชิกนิคมฯ เพื่อรับการจัดสรรที่ดินสำหรับอยู่อาศัยและประกอบอาชีพเกษตรกรรม เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับฐานรากตามนโยบายของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
[] สาระสำคัญที่ที่ประชุมแจ้งเพื่อทราบ []

ที่ประชุมได้มีการชี้แจงระเบียบและข้อบังคับที่สำคัญ ได้แก่ 1. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ : ในการคัดเลือกสมาชิกตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 - 2. คุณสมบัติผู้สมัคร : ต้องมีสัญชาติไทย บรรลุนิติภาวะและเป็นหัวหน้าครอบครัว มีความประพฤติดี ขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และที่สำคัญต้องไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง หรือมีเพียงเล็กน้อยไม่พอแก่การครองชีพ 3. การตรวจสอบที่ดิน : ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดิน เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดสรรเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรงตามเงื่อนไข
[] ผลการพิจารณาสมาชิกใหม่ []

ในครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคมฯ รวมทั้งสิ้น 51 ราย รวม 59 แปลง แบ่งเป็น • กรณีรับสิทธิแทน (มาตรา 30) : จำนวน 39 ราย 46 แปลง (เนื้อที่ประมาณ 766 ไร่) เพื่อสืบทอดสิทธิจากสมาชิกเดิมที่เสียชีวิต • กรณีราษฎรครอบครองเดิม/ต่อเนื่อง : จำนวน 12 ราย 13 แปลง (เนื้อที่ประมาณ 167 ไร่) ซึ่งเป็นผู้ที่ครอบครองทพประโยชน์ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน
[] รอง ผวจ.ยะลา ย้ำชัด "ที่ดินคือหัวใจของการพัฒนา" []

ในโอกาสนี้ นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า "การพิจารณาในครั้งนี้เรายึดถือความถูกต้องและเป็นธรรมเป็นหลัก เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้มีเอกสิทธิ์ในที่ดินทำกินอย่างภาคภูมิใจ ที่ดินเหล่านี้เปรียบเสมือนรากฐานชีวิตที่จะช่วยให้ราษฎรสามารถสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวได้อย่างยั่งยืน ขอให้สมาชิกที่ได้รับการคัดเลือกหมั่นพัฒนาที่ดินทำกินและปฏิบัติตามระเบียบของนิคมฯ เพื่อรักษาประโยชน์ของตนเองและชุมชนต่อไป"