
จุดเด่นของกาแฟอาราบิก้า มีกลิ่นหอม มีสารกาแฟสูง ทำให้กระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา กาแฟชนิดนี้มีคาเฟอีนต่ำ มีคุณภาพสูง ในประเทศไทยมีการปลูกกาแฟอาราบิก้ามากบนดอยสูงทางภาคเหนือ ซึ่งต้องปลูกในพื้นที่สูงอย่างน้อย 500 เมตร
ในจังหวัดยะลาพื้นที่ที่เหมาะกับการปลูกต้น คือ อำเภอเบตง อำเภอบันังสตา และพื้นที่อำเภอธารโต เพราะเป็นพื้นที่ที่มี สภาพภูมิอากาศหนาวเย็น จึงทำให้การเติบโตของ ต้นกล้าพันธุ์กาแฟเติบโตได้ดี โดยปลูกแซมสวนไม้ผล อย่างทุเรียนและมังคุดได้ เน้นปลูกแบบผสมผสาน และไม่ควรปลูกแซมยางพาราเนื่องจากยางพารามีช่วงผลัดใบ กาแฟอาราบีก้าต้องการร่มเงา จะไม่ได้ผลถ้าได้รับแสงมาจนเกินไป

หลังจากเกษตรกรอำเภอธารโตผู้ปลูกกาแฟ ได้รับต้นพันธ์กาแฟอาราบีก้าจากกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และศอ.บต. ได้แจกจ่ายเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา จำนวน 200,000 ต้น เกษตรกรได้ทำการปลูกในแปลงตนเองแล้ว ถึงตอนนี้เติบโตสมบูรณ์ดี พร้อมรอการเก็บเกี่ยว
“การปลูกกาแฟอาราบีก้า เป็นพืชที่ใหม่สำหรับเกษตรกรในพื้นที่อำเภอธารโต และขาดทักษะในการดูแลรักษา ความรู้ และประสบการณ์ จึงอยากให้หน่วยงานรัฐร่วมดูแลเอาใจใส่ให้มากกว่านี้ ตอนนี้พันธ์กาแฟอราบีก้าที่ปลูกแล้ว เมื่อได้ผลผลิตทั้งอำเภอธารโตไม่พอต่อความต้องการของตลาด และเราเกาตรกรทั้งยังขาดความรู้ในเรื่องการแปรรูปอีกด้วย” อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.แม่หวาด อ.ธารโต กล่าว

ในการนี้ นายศรัทธา คชพลายุกต์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วยนายนฤพล สุคนธชาติ นายกสมาพันธ์ SMe จังหวัดยะลา และนายพิพัฒน์ ดิษฐพงศ์ภักดี ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟอราบีก้า ได้ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟอาราบีก้าในเรื่องให้การสนับสนุนช่วยเหลือให้ความรู้ ทักษะและการแปรรูปเมล็ดกาแฟ พร้อมทั้งดึงภาคเอกชนหาช่องทางตลาด และนำกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟอราบีก้าศึกษาการแปรรูปกาแฟในพื้นที่จริง
“จากการลงพื้นที่ดูพันธ์กาแฟอราบีก้า ของเกษตรกรชาวอำเภอธารโต จะให้การสนับสนุนทุกด้าน พร้อมขอประชุมทุกหน่วยงานในพื้นที่ให้ร่วมกันดูแล พลัดดันกาแฟอราบีก้าธารโต เป็นกาแฟเชื่อมวัฒนธรรม ที่มีมากกว่าการดื่มกาแฟ และแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ” นายศรัทธา คชพลายุกต์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าว




